บล็อก/คู่มือ
คู่มือ

ค่า GP Grab และ LINE MAN คิดยังไง ตั้งราคาแบบไหนไม่ขาดทุน

ค่า GP Grab และค่า GP LINE MAN ปี 2569 หักจริงเท่าไหร่ รวม VAT แล้วร้านเหลือเงินกี่บาทต่อออร์เดอร์ พร้อมสูตรตั้งราคาเมนูเดลิเวอรี่ให้ได้กำไรเท่าขายหน้าร้าน และวิธีเพิ่มออร์เดอร์ที่ไม่ต้องเสีย GP

สรุป

ค่า GP คือค่าคอมมิชชันที่แอปเดลิเวอรี่หักจากค่าอาหารในแต่ละออร์เดอร์ ค่า GP Grab และ ค่า GP LINE MAN อัตรามาตรฐานอยู่ที่ประมาณ 30% และยังมี VAT 7% คิดบนค่า GP อีกชั้น รวมแล้วร้านโดนหักจริงราว 32% ของค่าอาหาร อัตราพิเศษ 9 ถึง 15% ช่วงโครงการไทยช่วยไทยพลัส จบไปพร้อมโครงการเมื่อ 30 กันยายน 2569 ถ้าอยากให้เดลิเวอรี่ยังมีกำไร ต้องคิดต้นทุนจาก เงินที่ได้รับจริง ตั้งราคาเดลิเวอรี่แยกจากหน้าร้าน ตัดเมนูที่ขายแล้วขาดทุน และเพิ่มออร์เดอร์ ที่สั่งตรงกับร้านซึ่งไม่มีค่า GP เลย

Pim Tangkijngamwong
Pim Tangkijngamwong
Head of Operator Success·2026-10-05·9 นาที
ค่า GP Grab และ LINE MAN คิดยังไง ตั้งราคาแบบไหนไม่ขาดทุน

ร้านไหนขายบน GrabFood หรือ LINE MAN จะรู้ดีว่าต้นทุนก้อนใหญ่ที่สุดของออร์เดอร์เดลิเวอรี่ไม่ใช่ไก่หรือข้าว แต่คือ ค่า GP ส่วนแบ่งที่แอปหักไปจากทุกออร์เดอร์ ทั้ง ค่า GP Grab และ ค่า GP LINE MAN อัตรามาตรฐานอยู่ราว 30% แล้วยังมี VAT ซ้อนอีกชั้น เท่ากับเงินราวหนึ่งในสามของค่าอาหารหายไปก่อนจะได้จ่ายค่าวัตถุดิบสักบาท

ช่วงสี่เดือนที่ผ่านมา หลายร้านจ่ายน้อยกว่านั้นมาก เพราะในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ทั้ง Grab และ LINE MAN ลด GP ให้ร้านที่เข้าร่วมเหลือแค่ 9 ถึง 15% แต่โครงการให้ใช้สิทธิผ่านแอปเดลิเวอรี่ได้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569เท่านั้น ถ้าร้านตั้งราคาเมนูเดลิเวอรี่ไว้ตอนที่ GP ยังต่ำ ตอนนี้คือเวลาที่ต้องกลับมาคิดใหม่ บทความนี้จะอธิบายว่า GP คืออะไร หักจริงเท่าไหร่เป็นเงินบาทในเมนูหนึ่งจาน และควรตั้งราคายังไงให้ยังมีกำไร

ค่า GP คืออะไร และหักจากตรงไหน

GP ย่อมาจาก Gross Profit แต่ในโลกของแอปเดลิเวอรี่ มันหมายถึงค่าคอมมิชชันที่แพลตฟอร์มเก็บจากแต่ละออร์เดอร์ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของ ค่าอาหาร ตามราคาเมนูที่ลูกค้าสั่ง ส่วนค่าส่งที่ลูกค้าจ่ายให้ไรเดอร์เป็นเงินอีกก้อน ไม่ได้เข้าร้าน

มีสองเรื่องที่ร้านมักลืมคิด:

  • VAT คิดบนค่า GP ด้วย แพลตฟอร์มออกใบกำกับค่าคอมมิชชันให้ร้าน และใบนั้นมี VAT 7% ดังนั้น GP 30% จริง ๆ แล้วคือ 30% × 1.07 = 32.1% ของค่าอาหาร
  • โปรโมชันอาจหักเพิ่ม ถ้าร้านเข้าร่วมแคมเปญส่วนลดที่ร้านเป็นคนออกเงิน ส่วนลดนั้นก็ออกจากฝั่งร้านด้วย ส่วน GP จะคิดจากราคาก่อนหรือหลังลดขึ้นอยู่กับเงื่อนไขแคมเปญ อ่านให้ดีก่อนกดเข้าร่วม

สิ่งที่ได้กลับมาจาก GP ก็มีจริง ทั้งตัวแอป การตลาด การเก็บเงิน และที่สำคัญที่สุดคือลูกค้าที่ไม่มีทางรู้จักร้านเราด้วยตัวเอง คำถามจึงไม่ใช่ว่า GP แพงเกินไปไหม แต่คือราคาเมนูของเราคิดเผื่อ GP ไว้แล้วหรือยัง

ค่า GP Grab และค่า GP LINE MAN ปี 2569 อยู่ที่เท่าไหร่

ผู้จัดการออนไลน์สรุปค่า GP ฟู้ดเดลิเวอรี่ไทยไว้เมื่อสิงหาคม 2569 อัตรามาตรฐานก่อน VAT คือ:

  • GrabFood: 30%
  • LINE MAN: 30%
  • ShopeeFood: 30 ถึง 32%
  • Robinhood: 28%

ช่วงโครงการไทยช่วยไทยพลัส ตัวเลขต่างไปมาก Grab ลด GP เหลือ 9% ให้ร้านที่สมัครวันแรก 10 มิถุนายน 2569 และ 12% สำหรับร้านที่สมัครหลังจากนั้น ส่วน LINE MAN ให้ 10% กับร้านที่สมัครช่วงแรก และ 15% หลังจากนั้น ตามรายงานของ Bangkok Post

ตัวเลขเหล่านี้คือภาพรวมของตลาด ไม่ใช่ตัวเลขของร้านคุณ สัญญาแต่ละร้าน ประเภทอาหาร ดีลแบบ exclusive และแคมเปญที่เข้าร่วม ล้วนทำให้อัตราต่างกัน เปิดแอป GrabMerchant หรือแอปร้านค้าของ LINE MAN ดูค่าคอมมิชชันในสรุปยอดล่าสุด แล้วใช้ตัวเลขนั้น

GP กินกำไรไปเท่าไหร่ คิดเป็นบาทใน 1 จาน

สมมติแกงเขียวหวานไก่ราดข้าว ขายหน้าร้านจานละ ฿120 ต้นทุนวัตถุดิบ ฿40 กล่อง ฝา และถุงอีก ฿6 เพื่อให้ตัวเลขง่าย สมมติว่าร้านยังไม่ได้จด VAT

ขายหน้าร้านเดลิเวอรี่ GP 30%เดลิเวอรี่ GP 9%
ราคาเมนู฿120.00฿120.00฿120.00
ค่า GP฿36.00฿10.80
VAT บนค่า GP (7%)฿2.52฿0.76
เงินที่ร้านได้รับ฿120.00฿81.48฿108.44
วัตถุดิบ฿40.00฿40.00฿40.00
ค่าแพ็กเกจ฿6.00฿6.00
เหลือต่อออร์เดอร์฿80.00฿35.48฿62.44

ที่ GP อัตรามาตรฐาน จานเดียวกันทำเงินบนแอปได้แค่ ฿35.48 เทียบกับ ฿80 ที่หน้าร้าน ไม่ถึงครึ่ง และถ้าคิดต้นทุนอาหารจากเงินที่ได้รับจริง จะเป็น 49% ไม่ใช่ 33% อย่างที่เห็นบนเมนู

คอลัมน์สุดท้ายคืออัตราช่วงโครงการที่หลายร้านจ่ายมาจนถึงปลายเดือนกันยายน พอ GP กลับจาก 9% ไปเป็น 30% เงินที่เหลือจะหายไปราว ฿27 ต่อออร์เดอร์ ถ้าเมนูนี้ขายบนแอปวันละ 50 ออร์เดอร์ เท่ากับเดือนละประมาณ ฿40,000

สูตรตั้งราคาอาหารบน Grab และ LINE MAN ให้ไม่ขาดทุน

ถ้าอยากให้ขายเดลิเวอรี่แล้วได้เงินต่อจานเท่าขายหน้าร้าน ใช้สูตรนี้:

ราคาเดลิเวอรี่ = (ราคาหน้าร้าน + ค่าแพ็กเกจ) ÷ (1 − GP × 1.07)

ที่ GP 30% ตัวหารคือ 0.679 แกงเขียวหวานจานนี้จึงเป็น (฿120 + ฿6) ÷ 0.679 = ฿185.57 หรือประมาณ ฿185 ที่ราคานี้ร้านได้รับ ฿125.62 หักวัตถุดิบและกล่องแล้วเหลือ ฿79.62 เท่ากับขายหน้าร้าน ถ้าอยากเช็กฝั่งต้นทุนต่อจาน ใช้เครื่องคำนวณราคาเมนูฟรีของเราได้

แต่ร้านส่วนใหญ่ไม่บวกเต็มขนาดนั้น จาก ฿120 กระโดดไป ฿185 ลูกค้าเห็นชัด และเขาเทียบราคากันจริง ทางสายกลางที่หลายร้านใช้คือบวกคืนแค่บางส่วน แล้วยอมให้กำไรเดลิเวอรี่บางลงเพื่อแลกกับออร์เดอร์ที่เพิ่มขึ้น ถ้าตั้งไว้ที่ ฿150 แกงเขียวหวานจะเหลือ ฿55.85 ต่อออร์เดอร์ น้อยกว่าหน้าร้าน แต่ดีกว่า ฿35.48 เยอะ

นิสัยที่ช่วยให้ตั้งราคาเดลิเวอรี่ได้ง่ายขึ้น:

  • ตั้งราคาทีละเมนู อย่าบวกเท่ากันทั้งร้าน บวก 25% ทั้งเมนูจะทำให้เมนูถูกแพงเกินเหตุ และเมนูแพงยังคืน GP ไม่พอ เอาสูตรไปใช้กับเมนูขายดีก่อน แล้วตัดสินใจทีละตัว
  • นับค่ากล่องเป็นต้นทุนด้วย กล่อง ฿6 คือ 5% ของเมนู ฿120 คิดให้เหมือนวัตถุดิบตัวหนึ่ง ตามที่อธิบายไว้ในวิธีคำนวณต้นทุนอาหาร
  • ใช้ชุดเซตและท็อปปิ้ง เซตแกง ข้าว และเครื่องดื่มที่ยอดต่อบิลสูงกว่า แบก GP ได้ดีกว่าขายแยกสามอย่าง และท็อปปิ้งอย่างไข่ดาวเพิ่ม ต้นทุนต่ำ แม้หัก GP แล้วก็ยังได้กำไรดี
  • เช็กราคาใหม่ทุกครั้งที่ GP เปลี่ยน ราคาที่ใช้ได้ตอน GP 12% ใช้ไม่ได้ตอน GP 30%

เมนูไหนควรอยู่บนแอป เมนูไหนควรขายแค่หน้าร้าน

บางเมนูแบกการหัก 32% ไม่ไหว ไม่ว่าจะตั้งราคาเท่าไหร่ที่ลูกค้ายังยอมจ่าย เมนูโปรตีนราคาแพงที่ต้นทุนต่อจานสูง เมนูที่ส่งถึงมือลูกค้าแล้วแฉะ และเมนูที่ต้องจัดจานหรือเสิร์ฟร้อน ๆ ที่โต๊ะ มักขาดทุนหรือโดนรีวิวแย่บนแอป การถอดเมนูพวกนี้ออกจากเดลิเวอรี่ คือการตัดสินใจเรื่องราคา ไม่ใช่ความล้มเหลว

ดูแต่ละเมนูจากสองตัวเลข คือต้นทุนอาหารเทียบกับเงินที่ได้รับจริง และเงินบาทที่เหลือต่อออร์เดอร์ เมนูที่ต้นทุน 45% บนเดลิเวอรี่ แต่ยังเหลือ ฿70 ต่อออร์เดอร์และขายได้วันละ 40 จาน ควรเก็บไว้ ส่วนเมนูที่เหลือ ฿15 และขายได้วันละสามจาน ส่วนใหญ่แค่เพิ่มงานให้ครัว เมนูเดลิเวอรี่ที่ดีมักต้นทุนต่อจานต่ำ เดินทาง 20 ถึง 30 นาทีแล้วยังอร่อย และทำปริมาณมากได้เร็วตอนพีค

คิดต้นทุนโปรโมชันทุกครั้งก่อนกดเข้าร่วม

แพลตฟอร์มมีแคมเปญออกมาตลอด และการเข้าร่วมก็ช่วยดันอันดับร้านและยอดขายได้จริง บางแคมเปญแพลตฟอร์มออกเงิน บางแคมเปญร้านออกเอง บางแคมเปญหารกัน ก่อนเข้าร่วม ลองคิดสามตัวเลขกับเมนูขายดีที่สุดของร้าน คือราคาหลังส่วนลด ค่า GP และ VAT ของออร์เดอร์นั้นตามเงื่อนไขแคมเปญ และเงินที่เหลือหลังหักวัตถุดิบกับค่ากล่อง

ถ้าคำตอบเกือบเป็นศูนย์ แปลว่าโปรนั้นกำลังซื้อการมองเห็นให้ร้าน ซึ่งยังคุ้มได้สำหรับร้านเปิดใหม่หรือสัปดาห์ที่ขายเงียบ แค่ให้มันเป็นการตัดสินใจที่มีงบและวันจบชัดเจน ไม่ใช่การตั้งค่าที่เปิดทิ้งไว้แล้วลืม

เพิ่มออร์เดอร์ที่ไม่ต้องเสียค่า GP

วิธีลดค่า GP เฉลี่ยของร้านที่ได้ผลที่สุด ไม่ใช่การต่อรองเรตกับแพลตฟอร์ม แต่คือการเปลี่ยนสัดส่วน ให้ออร์เดอร์สั่งกลับบ้านและเดลิเวอรี่มาหาร้านโดยตรงมากขึ้น

ลูกค้าประจำรู้อยู่แล้วว่าร้านอยู่ไหน ให้เขามีช่องทางสั่งตรง เช่น ลิงก์สั่งอาหารใน LINE OA ของร้าน Instagram และหน้าร้านบน Google Maps รวมถึง QR code ติดไว้บนถุงเดลิเวอรี่ทุกใบ ออร์เดอร์ที่มาจากลิงก์ของร้านเองไม่มีค่าคอมมิชชันของแพลตฟอร์ม ยังมีค่าธรรมเนียมรับชำระเงินและค่าส่งอยู่ จึงไม่ได้ประหยัดเต็ม 32% แต่ประหยัดได้เกือบทั้งหมด

ด้วย Papaya Order ลูกค้าสั่งและจ่ายเงินผ่านลิงก์เว็บได้เลยโดยไม่ต้องโหลดแอป รับทั้งพร้อมเพย์และบัตร และร้านเรียกรถส่งผ่าน Lalamove ได้จากระบบเดียวกัน ส่วน Papaya Loyalty ช่วยให้ลูกค้าประจำมีเหตุผลที่จะกลับมาสั่งผ่านช่องทางของร้านแทนแอป

แต่ก็ต้องมองตามจริง แอปเดลิเวอรี่พาลูกค้าที่ไม่เคยได้ยินชื่อร้านมาให้ และการถูกค้นเจอแบบนั้นหาทดแทนได้ยาก เป้าหมายของร้านส่วนใหญ่จึงเป็นสัดส่วนที่ลงตัว ใช้แอปเพื่อหาลูกค้าใหม่ ใช้ลิงก์ของร้านเองกับลูกค้าที่กลับมาซ้ำ

ดูแลทุกช่องทางจากเมนูเดียว

กำไรเดลิเวอรี่หายเร็วที่สุดเมื่อแต่ละช่องทางถูกจัดการแยกกัน มีราคาชุดหนึ่งในแท็บเล็ตของ Grab อีกชุดของ LINE MAN และเมนูหน้าร้านที่ไม่มีใครเคยเอามาเทียบ การมีเมนูแม่ชุดเดียวที่ตั้งราคาแยกตามช่องทางได้ คือสิ่งที่ทำให้การตัดสินใจทั้งหมดข้างบนทำได้จริง

ใน Papaya แต่ละเมนูมีราคาหน้าร้าน และตั้งราคาแยกของแต่ละช่องทางเดลิเวอรี่ได้ รวมถึงราคา GrabFood และราคา LINE MAN แยกกัน ออร์เดอร์จาก Grab วิ่งเข้า POS และคิวครัวโดยตรงผ่านการเชื่อมต่อแบบ native ส่วนออร์เดอร์จาก LINE MAN, foodpanda และ ShopeeFood ตอนนี้ยังไม่ได้เชื่อมผ่าน API พนักงานบันทึกและกระทบยอดได้บนหน้าจอเดียวกัน ทุกการขายไม่ว่ามาจากช่องทางไหน ตัดสต๊อกตามสูตรเดียวกันใน Papaya Stock ต้นทุนอาหารจึงแม่นทุกช่องทาง ดูขั้นตอนตั้งค่าแบบละเอียดได้ในคู่มือตั้งระบบสั่งอาหารหลายช่องทาง

คำถามที่พบบ่อย

GP Grab คืออะไร?

GP คือส่วนแบ่งที่แพลตฟอร์มหักจากทุกออร์เดอร์ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของค่าอาหาร เป็นค่าใช้แอป ค่าการตลาด ค่าจัดการการชำระเงิน และค่าที่พาลูกค้าที่ไม่เคยรู้จักร้านมาเจอเรา ส่วนค่าส่ง ที่ลูกค้าจ่ายให้ไรเดอร์เป็นอีกส่วนหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับ GP

ค่า GP Grab ตอนนี้กี่เปอร์เซ็นต์?

ร้านส่วนใหญ่อยู่ที่ประมาณ 30% บวก VAT 7% ที่คิดบนค่า GP รวมเป็นราว 32% ของค่าอาหาร แต่อัตราจริงขึ้นกับสัญญา ประเภทร้าน และแคมเปญที่เข้าร่วม ตัวเลขที่ควรใช้คือตัวเลขในแอป GrabMerchant ของร้านเอง

ค่า GP LINE MAN ต่างจาก Grab ไหม?

อัตรามาตรฐานของ LINE MAN ก็อยู่ที่ประมาณ 30% ก่อน VAT ใกล้เคียงกับ Grab ตามที่ ผู้จัดการออนไลน์สรุปไว้เมื่อสิงหาคม 2569 ทั้งสองเจ้าเคยลด GP ให้ร้านที่ร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส แต่ดีลของแต่ละร้านไม่เหมือนกัน ควรเช็กจากสัญญาหรือแอปร้านค้าของตัวเอง

ราคาบนแอปเดลิเวอรี่ควรบวกเพิ่มเท่าไหร่?

ถ้าอยากได้เงินต่อจานเท่าขายหน้าร้านที่ GP 30% ให้เอาราคาหน้าร้านบวกค่าแพ็กเกจ แล้วหารด้วย ประมาณ 0.68 เมนู ฿120 ที่ค่ากล่อง ฿6 ต้องขายราว ฿185 ถึงจะเท่าหน้าร้าน หลายร้านเลือกตั้ง ราคากลาง ๆ แล้วยอมกำไรบางลงเพื่อแลกกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น

รับออร์เดอร์เดลิเวอรี่โดยไม่เสีย GP ได้ไหม?

ได้ ถ้าลูกค้าสั่งผ่านลิงก์สั่งอาหารของร้านเอง ไม่ว่าจะจากเว็บไซต์ LINE OA หรือ QR code จะไม่มีค่าคอมมิชชันของแพลตฟอร์ม แต่ยังมีค่าธรรมเนียมรับชำระเงินและค่าส่งอยู่ และเพราะแอป ช่วยพาลูกค้าใหม่มาให้ ร้านส่วนใหญ่จึงใช้ทั้งสองทางควบคู่กัน

ตั้งราคาจากเงินที่ร้านได้รับจริง

ค่า GP ไม่ใช่เรื่องโกง และคงไม่หายไปไหน มันคือราคาของการได้ไปอยู่บนมือถือของคนหิวทุกคน ในรัศมีไม่กี่กิโลเมตร ซึ่งหลายร้านก็คุ้มที่จะจ่าย ปัญหาจริงคือการตั้งราคาเดลิเวอรี่เหมือน ไม่มี GP อยู่เลย ที่ 30% บวก VAT เมนูที่ทำเงินได้ ฿80 ที่หน้าร้าน อาจเหลือไม่ถึงครึ่งบนแอป

เริ่มจากเมนูขายดีสิบอันดับแรกบนเดลิเวอรี่ คิดตัวเลขใหม่ ตั้งราคาเดลิเวอรี่อย่างตั้งใจ ตัดเมนูที่แบก GP ไม่ไหว แล้วค่อย ๆ เพิ่มสัดส่วนออร์เดอร์ที่สั่งตรงกับร้าน ทำแบบนี้แล้ว เดลิเวอรี่จะกลายเป็นช่องทางที่ร้านเลือกใช้ ไม่ใช่ช่องทางที่ค่อย ๆ กินกำไรไปโดยไม่รู้ตัว

ทำกับ Papaya

รันทั้งเพลย์บุ๊กในที่เดียว

Papaya คิดต้นทุนสูตรอาหาร นับสต๊อก และจัดอันดับตัวเลขให้ ทำให้จุดที่ต้องแก้ชัดเจนก่อนปิดเดือน

ดูราคา →