ระบบ POS ร้านกาแฟ: เลือกอย่างไรให้คุ้มกับหน้าร้านจริง
วิธีเลือกระบบ POS ร้านกาแฟในไทย ตั้งแต่ความเร็วที่เคาน์เตอร์ ต้นทุนต่อแก้ว การสั่งผ่าน QR ระบบสมาชิกสำหรับลูกค้าประจำ ไปจนถึงจุดที่ร้านแคชเชียร์เดียวยังใช้โปรแกรมฟรีได้อยู่
ระบบ POS ร้านกาแฟวัดกันที่สี่เรื่อง คือกดขายกาแฟหนึ่งแก้วที่มีตัวเลือกสามอย่างได้เร็วแค่ไหน คิดต้นทุนเมล็ด นม และไซรัปต่อแก้วได้ไหม จำลูกค้าประจำได้โดยไม่ต้องให้โหลดแอปไหม และเงิน พร้อมเพย์กับบัตรลงรายงานเดียวกันหรือเปล่า ถ้าร้านคุณมีเคาน์เตอร์เดียวและคิวไม่ยาว โปรแกรม ฟรียังเป็นคำตอบที่ตรงไปตรงมาที่สุด แต่พอเริ่มมีบริการที่โต๊ะ สาขาที่สอง หรือนมที่หายไปโดย อธิบายไม่ได้ ระบบที่จ่ายรายเดือนจะเริ่มคืนค่าตัวเอง
ระบบ POS ร้านกาแฟตัดสินกันที่คิวตอนแปดโมงสิบห้า ไม่ใช่ที่รายการฟีเจอร์หรือหน้าแดชบอร์ด แต่ที่ว่าแฟลตไวท์นมโอ๊ตหวานน้อยหนึ่งแก้วกดจบในสามจิ้มได้ไหมตอนมีคนต่อคิวอยู่หกคน แค่นั้นคือข้อสอบทั้งหมด บทความนี้เล่าว่าระบบร้านกาแฟในไทยต้องทำอะไรให้ได้จริง ตั้งแต่ความเร็วที่เคาน์เตอร์ ต้นทุนเมล็ดกับนมต่อแก้ว การสั่งผ่าน QR ที่โต๊ะ ระบบสมาชิกสำหรับลูกค้าประจำ พร้อมเพย์ที่ต้องลงรายงานเดียวกับบัตร ไปจนถึงเส้นที่โปรแกรมฟรียังคุ้มกว่า เขียนให้เจ้าของร้านและผู้จัดการอ่าน ทุกอย่างจึงวัดกันด้วยจำนวนแก้ว นาที และเงินบาท
ระบบ POS ร้านกาแฟต้องทำอะไรได้ที่เคาน์เตอร์ตอนคนแน่น
ร้านอาหารกดขาย 60 เมนูในหนึ่งค่ำ ร้านกาแฟกดขายเมนูเดิมแปดตัว 300 ครั้ง โดยแต่ละครั้งไม่เหมือนกันสักนิด ความสำคัญจึงกลับด้าน หน้าจอที่วางปุ่มดีสำคัญกว่ารายงานที่ลึก เพราะส่วนต่างระหว่างสามจิ้มกับเจ็ดจิ้มต่อลาเต้หนึ่งแก้วคือประมาณสิบวินาที และสิบวินาทีคูณ 300 ออร์เดอร์คือเวลาที่เคาน์เตอร์เกือบหนึ่งชั่วโมงต่อวัน
สามข้อที่ควรทดลองในวันเดโม โดยใส่เมนูของร้านคุณเองเข้าไป
- ตัวเลือกย่อยอยู่หน้าเดียว ขนาด ชนิดนม ความหวาน และจำนวนช็อต ควรอยู่แผงเดียวกับตัวเครื่องดื่ม ไม่ใช่ซ่อนอยู่หลังเมนูแยก ถ้าบาริสต้าต้องย้อนออกไปเปลี่ยนเป็นนมโอ๊ต การวางปุ่มแบบนั้นจะกินเวลาคุณทุกเช้าที่คนแน่น
- สั่งซ้ำได้ในจิ้มเดียว ลูกค้าประจำที่สั่งอเมริกาโน่เย็นแก้วเดิมทุกวันควรกดจากออร์เดอร์ที่บันทึกไว้ได้ทันที และแก้วที่สองของโต๊ะควรก็อปจากรอบแรกได้
- เปิดบิลค้างไว้ได้สำหรับคนที่นั่งดื่ม ร้านกาแฟที่มีบริการที่โต๊ะต้องเปิดบิลค้างไว้ให้ลูกค้าสั่งเพิ่มอีกแก้วกับครัวซองต์ได้ โดยไม่ต้องตัดใบเสร็จใหม่ทุกครั้ง
ขอกดขายเมนูขายดีห้าตัวของร้านคุณด้วยมือตัวเองในวันเดโม การที่คนขายไล่จิ้มเมนูตัวอย่างของเขาเองให้ดูนั้นไม่ได้บอกอะไรเลยเกี่ยวกับชาไทยสามระดับความหวานของคุณ
ต้นทุนต่อแก้วคือจุดที่กำไรร้านกาแฟรั่ว
ต้นทุนร้านกาแฟดูปลอดภัยบนกระดาษ กาแฟขึ้นชื่อเรื่องกำไรดี เจ้าของร้านส่วนใหญ่จึงไม่เคยคิดต้นทุนต่อแก้วจริงจัง แล้ววันหนึ่งนมก็เสีย ไซรัปถูกปั๊มเกิน บาริสต้าคนใหม่โดสเมล็ด 22 กรัมแทน 18 กรัม ต้นทุน 22% ก็กลายเป็น 30% เงียบ ๆ โดยที่ไม่มีใครขึ้นหรือลดราคาอะไรเลย
ลองคิดเลขครั้งเดียวแล้วจะเห็น ลาเต้ราคา ฿120 ใช้เมล็ด 18 กรัม ที่กิโลละ ฿900 คือค่ากาแฟ ฿16 นมสดจริง 180 มิลลิลิตร ที่ลิตรละ ฿60 คือ ฿11 แก้วกับฝา ฿4 รวมประมาณ ฿31 ต่อแก้ว หรือราว 26% ตอนนี้ลองเปลี่ยนตัวแปรเดียว นมโอ๊ตลิตรละ ฿150 ทำให้แก้วเดิมขึ้นไปที่ ฿48 คือ 40% ถ้าคุณไม่คิดเงินเพิ่มตอนเปลี่ยนนม และการโดส 22 กรัมแทน 18 กรัม บวกอีก ฿4 ทุกแก้ว ซึ่งที่ยอดขาย 300 แก้วต่อสัปดาห์คือประมาณ ฿1,200 ต่อเดือน
เรื่องพวกนี้ไม่โผล่ในรายงานยอดขาย มันโผล่ตอนที่ระบบของคุณเก็บสูตรถึงระดับวัตถุดิบ ทุกการขายจึงตัดเมล็ด นม และไซรัปออกจากสต๊อก แล้วการนับสัปดาห์ละครั้งจะบอกว่าของที่ควรเหลือกับที่เหลือจริงต่างกันเท่าไหร่ ส่วนต่างนั้นคือตัวเลขที่คุ้มค่าจะบริหาร และเป็นงานที่ Papaya Stock ถูกสร้างมาเพื่อทำ คู่มือลดต้นทุนอาหาร ของเราอธิบายวงจรเดียวกันนี้ในมุมของครัว
ระบบร้านกาแฟที่ช่วยลดคิว: ให้ลูกค้าสั่งผ่าน QR ที่โต๊ะ
ระบบสั่งผ่าน QR มักถูกขายให้ร้านอาหาร แต่ร้านกาแฟมีสองจังหวะที่มันคืนเงินให้ทันที จังหวะแรกคือแก้วที่สอง ลูกค้าที่นั่งอยู่แล้วสแกนคิวอาร์ที่โต๊ะ สั่งเพิ่มอีกแก้วกับของหวานหนึ่งอย่าง โดยไม่มีใครต้องลุกจากที่นั่งหรือโบกเรียกพนักงาน จังหวะที่สองคือคิวตอนเช้าที่ยาวพอจะทำให้คนท้ายคิวเดินออกไป ซึ่งเกิดบ่อยกว่าที่เจ้าของร้านอยากยอมรับ
สิ่งที่ต้องเช็กคือออร์เดอร์ QR ไปลงที่ไหน มันควรเข้าคิวบิลเดียวกับออร์เดอร์ที่เคาน์เตอร์ พร้อมแท็กหมายเลขโต๊ะ บาริสต้าจะได้ทำงานจากรายการเดียวแทนการเฝ้าจอที่สอง แอปสั่งอาหารแยกที่ต้องมีคนคีย์ออร์เดอร์เข้าเครื่องคิดเงินอีกรอบคืองานที่สอง ไม่ใช่การประหยัดเวลา Papaya Order ทำงานบนเว็บ ลูกค้าสแกนแล้วสั่งได้เลยโดยไม่ต้องติดตั้งอะไร ซึ่งสำคัญมากในร้านกาแฟที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวและลูกค้าขาจร
ลูกค้าประจำคือรายได้จริง ทำให้ระบบสมาชิกทำงานเอง
ร้านกาแฟที่มีลูกค้าประจำ 40 คนซึ่งมาสัปดาห์ละสี่ครั้ง มีรายได้ที่คาดการณ์ได้แน่นอนกว่าร้านอาหารที่มีลูกค้าใหม่ 400 คน ระบบสมาชิกจึงไม่ใช่ของประดับสำหรับร้านกาแฟ แต่คือเครื่องยนต์ที่ทำให้คนกลับมา บัตรตราปั๊มกระดาษก็ใช้ได้อยู่ แต่มันไม่บอกอะไรคุณเลย ไม่รู้ว่าใครกลับมา บ่อยแค่ไหน และดื่มอะไร
กฎที่เข้ากับร้านกาแฟมีอยู่ไม่มาก ให้ชี้ของแถมไปที่ช่วงเวลาที่ร้านเงียบ ไม่ใช่ช่วงเช้าที่ขายหมดอยู่แล้ว ให้ของแถมเล็กแต่ถี่พอจะเปลี่ยนพฤติกรรม และให้สมัครสมาชิกจบในจิ้มเดียวตอนจ่ายเงิน ถ้าการสมัครต้องโหลดแอป คนส่วนใหญ่จะไม่ทำตอนที่มีคิวรออยู่ข้างหลัง Papaya Loyalty สร้างมาบนแนวคิดนี้ และคู่มือระบบสมาชิก ของเรามีกฎครบทุกข้อ
ระบบคิดเงินร้านอาหารกับร้านกาแฟ: การรับเงินที่ลูกค้าไทยถามหา
ในกรุงเทพ คำถามที่เคาน์เตอร์มักเป็นพร้อมเพย์ ไม่ใช่บัตร ระบบคิดเงินร้านอาหารหรือร้านกาแฟที่คุณเลือกจึงต้องรับพร้อมเพย์ บัตร ทรูมันนี่ LINE Pay และ ShopeePay และรวมทั้งหมดเป็นยอดปิดวันเดียว ถ้าเงินที่เข้าทางคิวอาร์อยู่ในแอปธนาคาร แต่ยอดบัตรอยู่ในเครื่อง EDC จะมีคนต้องมานั่งกระทบยอดสองที่ด้วยมือทุกคืน และคนนั้นมักคือคุณตอนห้าทุ่ม
มีสองเรื่องที่ควรถามให้ชัด ถามว่าเครื่องรับเงินรวมอยู่ในแพ็กหรือคิดเพิ่มเป็นอีกรายการ เพราะแพ็กในไทยของ Papaya ระดับ Starter กับ Pro แถมเครื่อง EDC และเครื่องพิมพ์ฟรีหนึ่งชุด และถามว่าเน็ตหลุดแล้วเกิดอะไรขึ้น เพราะร้านกาแฟหยุดรับเงินยี่สิบนาทีไม่ได้ การกดขายแบบออฟไลน์แล้วค่อยซิงก์ทีหลังคือความจำเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่ฟีเจอร์ระดับสูง
ออร์เดอร์เดลิเวอรีที่ไม่ต้องเฝ้าจอที่สอง
ทุกวันนี้ร้านกาแฟไทยหลายร้านขายเค้กและโคลด์บรูผ่านเดลิเวอรีได้มากกว่าหน้าร้านหลังบ่ายสอง ตรงนี้ความตรงไปตรงมาสำคัญ เพราะคำว่าเชื่อมต่อมักถูกใช้กว้างเกินจริง บน Papaya นั้น Grab เชื่อมสองทางแบบเนทีฟ Deliverect เป็นตัวกลางที่ฟรอนต์แอปรวมหลายเจ้า และ Lalamove ใช้ส่งของด้วยคนขับของร้านเอง ส่วนออร์เดอร์จาก LINE MAN, foodpanda และ ShopeeFood วันนี้คือการกระทบยอดบนหน้าจอเดียวกัน ไม่ใช่การซิงก์สองทางผ่าน API แบบเรียลไทม์
ข้อแตกต่างนี้ควรถามผู้ขายทุกรายให้ชัด ประโยคว่าเราเชื่อมได้ทุกเจ้ามักหมายความว่ายังมีคนต้องคีย์ออร์เดอร์พวกนั้นซ้ำอยู่ดี ให้ถามเจาะว่าแอปไหนดันออร์เดอร์เข้ามาเองได้ แอปไหนต้องพิมพ์เอง แล้วค่อยตัดสินว่าตรงกับวิธีทำงานช่วงบ่ายของร้านคุณหรือไม่
ร้านแบบไหนที่โปรแกรม POS ฟรียังพอ
ถ้าคุณมีเคาน์เตอร์เดียว ไม่มีบริการที่โต๊ะ มีพนักงานคนเดียวต่อกะ และไม่มีสาขาที่สอง โปรแกรม POS ฟรีบวกเครื่องรับบัตรคือคำตอบที่ถูกต้อง และเราเลือกจะบอกตรง ๆ ดีกว่าเชียร์ให้ซื้อ Papaya คุ้มค่าตอนที่มีอะไรให้บริหาร คือบริการที่โต๊ะ การสั่งผ่าน QR การคิดต้นทุนวัตถุดิบ เครื่องพิมพ์ตัวที่สอง สาขาที่สอง ก่อนหน้านั้นเหตุผลเรื่องความคุ้มค่ายังไม่เข้าเป้า และคู่มือ POS ฟรี ของเราพูดชัดว่าของฟรีหยุดฟรีตรงจุดไหน
สัญญาณว่าคุณโตเกินของฟรีแล้วนั้นเฉพาะเจาะจงและน่าเบื่อ คุณมีไฟล์สต๊อกวางอยู่ข้างเครื่องคิดเงิน มีคนต้องกดขายพร้อมกันสองจุดแต่แอปรับไม่ได้ บัญชีขอรายงานที่แอปทำไม่ได้ หรือคุณเปิดสาขาที่สองแล้วดูตัวเลขวันเดียวกันของทั้งสองที่พร้อมกันไม่ได้ ถ้าเจอสองข้อพร้อมกัน ค่ารายเดือนจะถูกกว่าการหาทางเลี่ยง
สาขาที่สองเปลี่ยนสมการ แล้วคำนวณจุดคุ้มก่อนเซ็น
ร้านกาแฟที่โตมักโตทีละสาขา และสาขาที่สองคือจุดที่เครื่องคิดเงินธรรมดาเอาไม่อยู่ คุณต้องมีเมนูกลางที่แก้ครั้งเดียวใช้ทุกสาขา ตั้งราคาต่างกันได้เมื่อสาขาในห้างจ่ายค่าเช่าแพงกว่า เก็บสต๊อกแยกตามที่ตั้ง และมีรายงานรวมที่เห็นทั้งสองสาขาในหน้าเดียว โครงสร้างข้อมูลของ Papaya เป็นแบบหลายสาขาตั้งแต่ต้น สาขาที่สองจึงเป็นการตั้งค่า ไม่ใช่ระบบที่สอง
ก่อนเซ็นอะไร ลองคำนวณจุดคุ้มด้วยตัวเอง เอาค่าแพ็กรายเดือนหารด้วยยอดบิลเฉลี่ย แล้วคุณจะได้จำนวนแก้วต่อวันที่ต้องขายเพิ่มเพื่อให้คุ้ม ที่ ฿2,490 ต่อเดือนและบิลเฉลี่ย ฿120 คือประมาณเจ็ดแก้วต่อวัน จากนั้นถามต่อว่าค่ารายเดือนนั้นเอาอะไรออกไปจากชีวิตคุณ เวลาที่เคาน์เตอร์หนึ่งชั่วโมง การกระทบยอดหนึ่งค่ำ หรือส่วนต่างของนมที่วันนี้คุณยังมองไม่เห็น เครื่องคำนวณจุดคุ้มทุน ของเราคิดเวอร์ชันจำนวนลูกค้าต่อวันให้ในหนึ่งนาที และแพ็กของ Papaya ทดลองฟรี 30 วัน ถ้าคุณอยากลองกับคิวเช้าของร้านตัวเองมากกว่าจะเชื่อคำพูดของเรา
คำถามที่พบบ่อย
ระบบ POS ร้านกาแฟต่างจาก POS ร้านอาหารตรงไหน?
ต่างที่ความเร็วของเมนูซ้ำและตัวเลือกย่อย ร้านอาหารขาย 60 เมนูในหนึ่งค่ำ แต่ร้านกาแฟ ขายเมนูเดิมแปดตัววันละ 300 แก้ว โดยแต่ละแก้วมีขนาด ความหวาน ชนิดนม และจำนวนช็อต ต่างกัน ลาเต้นมโอ๊ตหวานน้อยจึงควรกดจบในสามจิ้ม ไม่ใช่ไล่เข้าห้าเมนู อีกสองเรื่องที่ ร้านกาแฟใช้หนักกว่าคือระบบสมาชิกลูกค้าประจำ และต้นทุนวัตถุดิบต่อแก้ว
ระบบ POS ร้านกาแฟในไทยราคาเท่าไหร่?
Papaya เริ่มที่ ฿1,490 ต่อสาขาต่อเดือนสำหรับ POS Starter และ ฿2,490 สำหรับ POS Pro ส่วนแพ็กที่รวมสต๊อกอยู่ที่ ฿1,490 และ ฿3,990 ในไทยแพ็ก Starter กับ Pro แถมเครื่อง EDC และเครื่องพิมพ์ฟรีหนึ่งชุด และทดลองใช้ฟรี 30 วันก่อนตัดสินใจ ส่วนโปรแกรม POS ฟรี ก็ไม่มีค่ารายเดือนจริง และสำหรับร้านเคาน์เตอร์เดียวมันมักเป็นคำตอบที่ถูกต้อง
ระบบร้านกาแฟคิดต้นทุนนมกับไซรัปต่อแก้วได้จริงไหม?
ได้ ถ้าระบบเก็บสูตรถึงระดับวัตถุดิบ การคิดต้นทุนลาเต้คือเมล็ด 18 กรัม นม 180 มิลลิลิตร และไซรัปตามจำนวนปั๊ม ต้องถูกตัดออกจากสต๊อกทุกครั้งที่ขาย นั่นคือสิ่งที่เปลี่ยนการเดา ว่านมหมดเร็วผิดปกติ ให้เป็นตัวเลขส่วนต่างรายสัปดาห์ที่ลงมือแก้ได้ และเป็นงานที่ Papaya Stock ทำ
ร้านกาแฟเคาน์เตอร์เดียวจำเป็นต้องใช้ POS แบบเสียเงินไหม?
ยังไม่จำเป็น ถ้ามีแคชเชียร์เดียว ไม่มีบริการที่โต๊ะ ไม่มีสาขาที่สอง โปรแกรมฟรีบวก เครื่องรับบัตรก็พอแล้ว และเราพูดตรง ๆ ดีกว่าขายของ สมการเปลี่ยนตอนที่คุณเริ่มมีบริการ ที่โต๊ะ เครื่องพิมพ์ตัวที่สอง การสั่งผ่าน QR หรือสาขาที่สองที่ต้องเห็นตัวเลขรวมกันที่เดียว
ลูกค้าสั่งกาแฟผ่าน QR ตอนนั่งอยู่ได้ไหม?
ได้ และในร้านกาแฟมันช่วยเรื่องแก้วที่สองมากที่สุด ลูกค้าที่นั่งอยู่แล้วสแกนคิวอาร์ที่โต๊ะ สั่งแฟลตไวท์อีกแก้วกับเค้กหนึ่งชิ้น แล้วบิลก็เข้าคิวเดียวกับออร์เดอร์ที่เคาน์เตอร์ ไม่ต้อง โหลดแอป นักท่องเที่ยวและลูกค้าขาจรจึงใช้ได้ด้วย
ซื้อตามคิวที่คุณมีจริง ไม่ใช่ตามใบเสนอราคา
เจ้าของร้านกาแฟส่วนใหญ่ซื้อเกินหรือซื้อขาดเพราะเหตุผลเดียวกัน คือเลือกจากรายการฟีเจอร์ แทนที่จะเลือกจากช่วงเช้าของร้านตัวเอง ลองไปยืนที่เคาน์เตอร์ตอนแปดโมงสิบห้าแล้วนับว่าอะไร ทำให้ช้า ถ้าคือตัวเลือกที่สามของลาเต้ ให้ซื้อความเร็ว ถ้าคือนมที่อธิบายไม่ได้ตอนสิ้นเดือน ให้ซื้อการคิดต้นทุนระดับวัตถุดิบ ถ้าคือคิวที่ยาวไปถึงประตู ให้ซื้อระบบสั่งผ่าน QR และถ้ายัง ไม่เจ็บข้อไหนเลย เก็บโปรแกรมฟรีไว้แล้วเอาเงินไปซื้อเมล็ดที่ดีกว่า
พอถึงเวลาย้ายจริง ให้คิดเป็นตัวเลขแทนคำโฆษณา เอาค่ารายเดือนหารด้วยยอดบิลเฉลี่ยของร้าน แล้วดูว่าต้องขายเพิ่มวันละกี่แก้วจึงคุ้ม ร้านกาแฟส่วนใหญ่จะพบว่าตัวเลขนั้นน้อยจนน่าอึดอัด เพราะคำตอบตรง ๆ มักอยู่ที่ห้าถึงเจ็ดแก้ว ไม่ใช่ห้าสิบแก้ว
Break-even calculator
Find the covers per day you need to break even.
อ่านเพิ่มเรื่อง การเลือก POS
เลือกระบบ POS ร้านอาหารที่ใช่ — คำถาม ข้อแลกเปลี่ยน และค่าธรรมเนียมที่สำคัญจริง
