บล็อก/คู่มือ
คู่มือ

เครื่อง EDC คืออะไร ค่าธรรมเนียม MDR เท่าไหร่ ร้านอาหารขอยังไง

เครื่อง EDC คือเครื่องรูดบัตรที่ร้านอาหารแทบทุกร้านต้องมี แต่ต้นทุนจริงไม่ได้อยู่ที่ตัวเครื่อง อยู่ที่ MDR ค่าธรรมเนียมรูดบัตรเครดิตที่หักจากทุกบิล บวก VAT อีก 7% บทความนี้คิดเป็นเงินบาทให้ดูชัด ๆ เทียบเครื่องจากธนาคารกับเครื่องที่มากับระบบ POS เอกสารที่ต้องใช้ขอเครื่องรูดบัตร และ 6 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเซ็น

สรุป

เครื่อง EDC คือเครื่องรูดบัตรที่อ่านบัตร วอลเล็ต หรือ QR ของลูกค้า แล้วส่งไปให้ธนาคารอนุมัติ ตัวเครื่องเป็นส่วนที่ถูกที่สุด ธนาคารให้เช่าราว ฿350 ถึง ฿400 ต่อเดือน หรือบางเจ้าแถมมากับระบบ POS เลย ต้นทุนจริงคือ MDR ค่าธรรมเนียมที่หักเป็นเปอร์เซ็นต์จากทุกบิลที่จ่ายด้วยบัตร (ธนาคารใหญ่เจ้าหนึ่งประกาศไว้ราว 0.55% สำหรับบัตรเดบิตไทย และ 1.8% ถึง 2.6% สำหรับบัตรเครดิตทั่วไป) แล้วยังมี VAT 7% บนค่าธรรมเนียมอีกชั้น ให้เทียบเรตก่อน แล้วค่อยดูว่าเครื่องเชื่อมกับ POS ไหม เพราะการพิมพ์ยอดซ้ำด้วยมือคือจุดที่ยอดปิดร้านเริ่มไม่ตรง

Pim Tangkijngamwong
Pim Tangkijngamwong
Head of Operator Success·2026-11-02·9 นาที
เครื่อง EDC คืออะไร ค่าธรรมเนียม MDR เท่าไหร่ ร้านอาหารขอยังไง

เครื่อง EDC คือเครื่องรูดบัตรที่รับเงินจากลูกค้าแล้วส่งรายการไปที่ธนาคาร ร้านอาหารที่รับบัตรมีกันทุกร้าน และเจ้าของร้านส่วนใหญ่เลือกเครื่องกันแบบไม่ได้คิดนาน ธนาคารที่ใช้อยู่เสนออะไรมาก็เอาอันนั้น หรือบริษัท POS แถมอะไรมาก็ใช้อันนั้น ถ้าแค่เลือกตัวเครื่อง วิธีนี้ก็ไม่ผิด แต่ถ้าเลือกเรตค่าธรรมเนียมด้วยวิธีเดียวกัน ร้านจะจ่ายส่วนต่างนั้นทุกบิลบัตรไปอีกหลายปี

บทความนี้อธิบายว่าเครื่อง EDC ทำอะไรได้บ้าง MDR คืออะไรและคิดเป็นเงินบาทเท่าไหร่ ตัวอย่างตัวเลขของร้านขนาดกลาง เครื่องจากธนาคารต่างจากเครื่องที่มากับระบบ POS ยังไง และต้องเช็กอะไรก่อนเซ็น บอกไว้ก่อนว่าเราขายระบบ POS ที่แถมเครื่อง EDC ให้ลูกค้าในไทย เราจึงมีส่วนได้เสียในเรื่องนี้ อ่านตัวเลขด้านล่างโดยรู้ข้อนี้ไว้ แล้วเอาไปเทียบกับใบเสนอราคาที่ได้มาจริง

เครื่อง EDC คืออะไร ใช้ทำอะไรในร้านอาหาร

EDC ย่อมาจาก Electronic Data Capture เครื่องจะอ่านบัตรแบบเสียบชิป แตะบัตร หรือวอลเล็ตในมือถือ ส่งรายการไปที่ธนาคารผู้รับบัตร รอผลอนุมัติหรือปฏิเสธ แล้วพิมพ์หรือแสดงสลิป เครื่องรุ่นใหม่หลายรุ่นเป็นเครื่อง Android ที่ใช้เน็ตมือถือ จึงถือไปเก็บเงินที่โต๊ะได้ ไม่ต้องผูกสายอยู่ที่เคาน์เตอร์

เครื่องรูดบัตร EDC สมัยนี้ไม่ได้รับแค่บัตรแล้ว อย่าง Smart EDC ของ SCB รับบัตรเดบิต บัตรเครดิต QR และวอลเล็ตอย่าง Alipay, WeChat Pay และ TrueMoney ได้ในเครื่องเดียว ส่วนเครื่องของ KTC รับ QR พร้อมเพย์ QR บัตรเครดิต และ Alipay+ ด้วย สำหรับร้านอาหาร ข้อนี้สำคัญ เพราะเครื่องเดียวที่โต๊ะปิดบิลได้เกือบทุกแบบ ของบนเคาน์เตอร์น้อยลง และโอกาสที่ยอดจะหายระหว่างช่องทางก็น้อยลงตาม

สิ่งที่เครื่อง EDC ไม่รู้คือลูกค้าสั่งอะไรไป มันรู้แค่ยอดเงิน ยอดนั้นมาจากระบบ POS โดยตรง หรือมาจากพนักงานที่อ่านยอดจากจอหนึ่งแล้วพิมพ์ใส่อีกเครื่อง คือความต่างระหว่างร้านที่ปิดยอดแล้วตรงเอง กับร้านที่ต้องนั่งไล่ยอดตอนเที่ยงคืน เดี๋ยวเล่าต่อด้านล่าง

MDR คืออะไร ค่าธรรมเนียมรูดบัตรเครดิตจริง ๆ เท่าไหร่

MDR หรือ Merchant Discount Rate คือเปอร์เซ็นต์ที่ธนาคารหักจากยอดขายทุกรายการที่ลูกค้าจ่ายด้วยบัตร นี่คือต้นทุนหลักของเครื่อง EDC และไม่ได้มีเรตเดียว เรตเปลี่ยนตามประเภทบัตร ช่องทาง และสัญญาที่ร้านเซ็น

ดูตัวเลขจริงจากที่ธนาคารประกาศไว้ ณ ตอนที่เขียน

มีสองเรื่องที่เจ้าของร้านมักพลาด เรื่องแรก VAT 7% คิดบนค่าธรรมเนียม MDR อีกชั้น เรต 2% จึงเท่ากับ 2.14% ของยอดขายจริง บิล ฿10,000 ที่เรต 2% ค่าธรรมเนียมคือ ฿200 VAT บนค่าธรรมเนียมอีก ฿14 เงินที่เข้าบัญชีร้านคือ ฿9,786 เรื่องที่สอง บัตรพรีเมียมและบัตรต่างประเทศเรตสูงกว่า ร้านที่ลูกค้าเป็นนักท่องเที่ยวรูดบัตรสะสมแต้มเยอะ เรตเฉลี่ยจะไปอยู่ปลายบนของช่วง ไม่ใช่ปลายล่าง

คิดให้ดูเป็นเงินบาท ร้านยอดขาย ฿600,000 ต่อเดือนจ่ายค่ารูดบัตรเท่าไหร่

สมมติร้านนั่งทาน 50 ที่ในกรุงเทพฯ ยอดขายเดือนละ ฿600,000 ในนั้น 30% หรือ ฿180,000 ลูกค้าจ่ายด้วยบัตร แบ่งเป็นบัตรเครดิต ฿120,000 และเดบิต ฿60,000 ที่เหลือเป็นพร้อมเพย์กับเงินสด

ใช้ช่วงเรตของ SCB โดยให้บัตรเครดิตอยู่ที่ 2.0%

  • บัตรเครดิต: ฿120,000 × 2.0% = ฿2,400
  • บัตรเดบิต: ฿60,000 × 0.55% = ฿330
  • VAT บนค่าธรรมเนียม: ฿2,730 × 7% = ฿191
  • ค่าเช่าเครื่อง: ฿400 + VAT = ฿428

รวม ราว ฿3,349 ต่อเดือน หรือประมาณ ฿40,200 ต่อปี เป็นค่ารับบัตร ในนั้นค่าเครื่องแค่ ฿5,136 ต่อปี อีกราว ฿35,000 คือเรตล้วน ๆ

ทีนี้ลองดูว่าครึ่งเปอร์เซ็นต์มีผลแค่ไหน ถ้าเรตบัตรเครดิตเป็น 2.5% แทน 2.0% ร้านจะจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเดือนละ ฿600 บวก VAT อีก ฿42 รวม ราว ฿7,700 ต่อปี ซึ่งมากกว่าค่าเช่าเครื่องทั้งปี นี่คือเหตุผลที่คำว่า "แถมเครื่อง EDC ฟรี" ไม่ควรเป็นพาดหัวของใบเสนอราคา เครื่องฟรีที่เรตแพงกว่า อาจจ่ายมากกว่าเครื่องเช่าที่เรตถูกกว่า

ตัวเลขชุดเดียวกันนี้ก็อธิบายด้วยว่าทำไม QR พร้อมเพย์ถึงโตเร็วในร้านอาหารไทย ทุกบิลที่ลูกค้าโอนผ่าน QR แทนรูดบัตรเครดิต คือบิลที่ย้ายออกจากบรรทัดที่แพงที่สุด แต่อย่าเพิ่งสรุปว่าพร้อมเพย์ฟรีสำหรับร้านค้าเสมอ ค่าธรรมเนียม QR ฝั่งร้านค้าและรอบโอนเงินต่างกันไปตามผู้ให้บริการ ขอเรตส่วนนี้มาในใบเสนอราคาเดียวกับเรตบัตรเลย

ขอเครื่อง EDC จากธนาคาร หรือใช้เครื่องที่มากับระบบ POS

ในไทยมีสองทางหลักที่จะได้เครื่อง EDC มา และใช้ได้ทั้งคู่

ขอตรงกับธนาคาร สมัครกับกสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย กรุงเทพ กรุงศรี หรือผู้ออกบัตรอย่าง KTC ข้อดีคือคุยกับธนาคารผู้รับบัตรโดยตรง และถ้ายอดขายสูง มีช่องให้ต่อรองเรตได้ ข้อเสียคือเอกสารเยอะ มีค่ารายเดือนหรือเงินมัดจำ และเครื่องส่วนใหญ่ไม่รู้จักระบบ POS ของร้านเลย แคชเชียร์ต้องอ่านยอดจากจอหนึ่งแล้วพิมพ์ใส่อีกเครื่อง

ใช้เครื่องที่มากับระบบ POS บริษัท POS ในไทยหลายเจ้าแถมหรือขายเครื่องคู่กันแล้ว เช่น FoodStory มีเครื่อง EDC เป็น add-on ส่วนแพ็กเกจของ Papaya ในไทย ทั้ง Starter (฿1,490) และ Pro (฿2,490) ได้เครื่อง EDC หนึ่งเครื่องต่อสาขา ข้อดีคือคุยกับผู้ให้บริการเจ้าเดียว ไม่ต้องลงเงินก้อน และถ้าตั้งค่าแบบเชื่อมต่อ ยอดจะส่งจาก POS ไปเอง ไม่ต้องพิมพ์ สิ่งที่ต้องเช็กคือเรต เหมือนกับที่เช็กกับธนาคารทุกอย่าง คำว่า "แถม" หมายถึงตัวเครื่องฟรี ไม่ได้แปลว่ารายการฟรี

ไม่มีทางไหนถูกกว่าเสมอ ร้านที่ยอดขายสูงและสนิทกับธนาคารอาจได้เรตบัตรดีกว่าถ้าขอตรง ส่วนร้านเปิดใหม่ที่อยากได้บิลเดียวและไม่อยากวางมัดจำ มักเลือกแบบที่มากับ POS ขอเรตแยกตามประเภทบัตรจากทั้งสองฝั่ง แล้วคิดตามตัวอย่างข้างบนด้วยสัดส่วนการจ่ายของร้านคุณเอง ถ้ากำลังจัดงบอุปกรณ์ทั้งเคาน์เตอร์ ไม่ใช่แค่เครื่องรูดบัตร ดูรายการพร้อมราคาเป็นบาทได้ในคู่มือเครื่อง POS ร้านอาหาร

เครื่องแยกเดี่ยว กับเครื่องที่เชื่อม POS ทำไมยอดปิดร้านถึงไม่ตรง

ข้อนี้คือสิ่งที่เจ้าของร้านส่วนใหญ่มารู้ตัวหลังเซ็นไปแล้ว

เครื่อง EDC แบบแยกเดี่ยว คือเกาะที่อยู่ของมันเอง ระบบ POS บอกว่าโต๊ะนี้ต้องจ่าย ฿2,340 พนักงานถือเครื่องไปที่โต๊ะ พิมพ์ 2,340 ลูกค้าแตะบัตร แล้วพนักงานต้องกลับมากดในระบบ POS ว่าบิลนี้จ่ายด้วยบัตร มีสามจุดที่ผิดได้ พิมพ์ยอดผิดเป็น ฿2,430 กดว่าจ่ายบัตรทั้งที่ลูกค้าจ่าย QR หรือรับเงินในเครื่องแล้วแต่ลืมปิดบิลใน POS วันอังคารที่ร้านเงียบ ๆ ก็จับได้ แต่วันเสาร์ที่มี 90 โต๊ะ เรื่องพวกนี้จะโผล่ตอนเที่ยงคืนในรูปยอดบัตรที่ไม่ตรงกับสลิปธนาคาร

เครื่อง แบบเชื่อมกับ POS ตัดขั้นตอนพิมพ์ทิ้งไป ระบบ POS ส่งยอดไปที่เครื่องเอง ลูกค้าจ่าย ผลอนุมัติวิ่งกลับมาปิดบิลให้ถูกออร์เดอร์และถูกช่องทางการจ่าย รายการบัตรที่บันทึกใน POS กับรายการที่ธนาคารจะโอนเงินให้จึงเป็นรายการเดียวกัน เพราะมันเกิดขึ้นครั้งเดียวมาตั้งแต่ต้น

เครื่อง EDC ที่มากับ Papaya Pay ทำงานแบบเชื่อมต่อ พอพนักงานกดรับเงินใน Papaya POS ยอดบิลจะส่งไปที่เครื่อง แล้วผลอนุมัติหรือปฏิเสธจะวิ่งกลับมาบันทึกการจ่ายไว้กับออร์เดอร์นั้นเอง ไม่มีใครต้องพิมพ์ยอดซ้ำ ขึ้นอยู่กับรุ่นเครื่อง เครื่องเดียวกันรับได้ทั้งบัตร QR พร้อมเพย์ และวอลเล็ตอย่าง TrueMoney, LINE Pay, WeChat Pay และ Alipay ถ้าเครื่องหลุดเน็ตกลางคัน ผู้จัดการยังปิดบิลด้วยมือได้ ลูกค้าจึงไม่ต้องยืนรอที่โต๊ะ ส่วนเรื่องแยกบิลหรือโต๊ะเดียวจ่ายหลายช่องทาง เราเขียนแยกไว้ในคู่มือระบบคิดเงินร้านอาหาร จะเลือกระบบไหนก็ตาม ขอดูขั้นตอนนี้กับเครื่องจริงก่อนเซ็น เพราะนี่คือฟีเจอร์เดียวที่เปลี่ยนความรู้สึกตอนปิดร้านได้มากที่สุด

ขอเครื่องรูดบัตรต้องใช้อะไรบ้าง

ถ้าขอตรงกับธนาคาร เงื่อนไขของธนาคารใหญ่ ๆ คล้ายกัน เตรียมไว้ตามนี้

  1. หน้าร้านจริงในไทย ที่ขายสินค้าหรือบริการถูกกฎหมาย ร้านที่ขายออนไลน์อย่างเดียวต้องไปใช้ payment gateway แทน
  2. บัตรประชาชนและเอกสารจดทะเบียน บุคคลธรรมดาใช้บัตรประชาชนเจ้าของร้าน นิติบุคคลใช้หนังสือรับรองบริษัทกับบัตรของกรรมการ SCB ระบุว่าเอกสารจดทะเบียนต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน
  3. บัญชีธนาคาร ส่วนใหญ่ต้องเป็นธนาคารเดียวกัน เพราะเงินจากการรูดบัตรจะโอนเข้าบัญชีนี้
  4. รูปถ่ายร้าน ให้เห็นหน้าร้านและจุดคิดเงิน
  5. บางธนาคารขอ statement และสัญญาเช่า KTC ขอ statement ย้อนหลัง 4 เดือน และสัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองบริษัท

การอนุมัติไม่ได้เสร็จในวันเดียว และธนาคารมักถามข้อมูลเพิ่ม เริ่มยื่นก่อนสัปดาห์เปิดร้าน อย่ารอให้ถึงสัปดาห์นั้น ถ้าเครื่องมากับระบบ POS ขั้นตอนจะทำผ่านบริษัท POS แทน แต่ยังต้องใช้เอกสารธุรกิจชุดเดียวกันสำหรับเปิดบัญชีร้านค้า

6 ข้อที่ต้องเช็กก่อนเซ็นสัญญาเครื่อง EDC

  1. เรตแยกตามประเภทบัตร เดบิต เครดิตทั่วไป เครดิตพรีเมียม บัตรต่างประเทศ QR บัตรเครดิต และวอลเล็ต เรตเดียวบนหน้าแรกมักซ่อนบรรทัดที่แพงไว้
  2. VAT บนค่าธรรมเนียม ถามให้ชัดว่าเรตที่เสนอรวม VAT 7% แล้วหรือยัง เกือบทุกครั้งคือยังไม่รวม
  3. เงินเข้าบัญชีเมื่อไหร่ KTC โอนเงินบัตรและพร้อมเพย์เข้าบัญชีวันเดียวกัน ส่วน Alipay+ เข้าวันถัดไป ส่วน SCB โอนในวันทำการถัดไป ร้านที่จ่ายซัพพลายเออร์ทุกสัปดาห์ ต่างกันหนึ่งวันก็มีผล
  4. ค่ารายเดือนและยอดขั้นต่ำ บางเจ้ายกเว้นค่าเช่าเมื่อยอดถึงเกณฑ์ ให้ถามว่าเดือนที่ขายไม่ดีจะเป็นยังไง
  5. เครื่องเดียวรับอะไรได้บ้าง ถ้าเครื่องเดียวรับทั้งบัตร พร้อมเพย์ และวอลเล็ตที่ลูกค้าร้านคุณใช้ พนักงานถือเครื่องเดียวต่อคน ไม่ใช่สามเครื่อง
  6. เครื่องคุยกับ POS ได้ไหม ถามตรง ๆ ว่า "ยอดบิลขึ้นที่เครื่องเองไหม แล้วพอจ่ายเสร็จ บิลปิดเองไหม" ถ้าคำตอบข้อไหนเป็นไม่ใช่ แปลว่าร้านกำลังเซ็นรับงานไล่ยอดด้วยมือทุกคืน

คำถามที่พบบ่อย

เครื่อง EDC คืออะไร

EDC ย่อมาจาก Electronic Data Capture คือเครื่องรับชำระเงินที่เคาน์เตอร์หรือที่โต๊ะ อ่านบัตรแบบเสียบชิป แตะบัตร วอลเล็ต หรือสแกน QR แล้วส่งรายการไปให้ธนาคารผู้รับบัตรอนุมัติ จากนั้นพิมพ์หรือแสดงสลิป ร้านในไทยส่วนใหญ่เช่าเครื่องจากธนาคาร หรือได้มาพร้อมแพ็กเกจของบริษัท POS

MDR คืออะไร ค่าธรรมเนียมรูดบัตรเครดิตกี่เปอร์เซ็นต์

MDR (Merchant Discount Rate) คือเปอร์เซ็นต์ที่ธนาคารหักจากยอดขายที่จ่ายด้วยบัตรทุกรายการ เรตต่างกันตามประเภทบัตรและสัญญา ตัวอย่างเช่นเรตที่ SCB ประกาศไว้คือ บัตรเดบิตไทย 0.55% บัตรเครดิตที่ไม่ใช่ระดับแพลทินัม 1.8% ถึง 2.6% และ QR บัตรเครดิต 2.5% ถึง 3.3% และร้านต้องจ่าย VAT 7% บนค่าธรรมเนียมนั้นอีกชั้น

เช่าเครื่อง EDC เดือนละเท่าไหร่

เครื่องจากธนาคารมักมีค่าบริการรายเดือนหลักร้อยบาท ณ ตอนที่เขียน SCB ระบุ ฿400 ต่อเดือนไม่รวม VAT พร้อมเงินมัดจำ ฿3,000 ส่วน KTC ระบุ ฿350 ต่อเดือนไม่รวม VAT สำหรับเครื่องที่มียอดขายต่ำกว่า ฿50,000 ต่อเดือน ระบบ POS บางเจ้าแถมเครื่องมาในแพ็กเกจ แต่ค่าธรรมเนียมต่อรายการยังคิดตามปกติ

ขอเครื่องรูดบัตรต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

เตรียมบัตรประชาชน เอกสารจดทะเบียนธุรกิจ บัญชีธนาคาร (ส่วนใหญ่ต้องเป็นธนาคารเดียวกับที่ให้เครื่อง) รูปถ่ายหน้าร้าน และบางธนาคารขอ statement ย้อนหลังกับสัญญาเช่าหรือหนังสือรับรองบริษัทด้วย เงื่อนไขพื้นฐานคือต้องมีหน้าร้านจริงในไทยและขายสินค้าหรือบริการที่ถูกกฎหมาย

Papaya มีเครื่อง EDC ให้ไหม

มี ลูกค้าในไทยที่ใช้แพ็กเกจ Starter (฿1,490) และ Pro (฿2,490) ได้เครื่อง EDC หนึ่งเครื่องต่อสาขา ทดลองใช้ฟรี 30 วัน ไม่มีค่าติดตั้ง ส่วนค่าธรรมเนียมรับชำระยังคิดตามรายการ ดูรายละเอียดล่าสุดได้ที่ [ราคา](/pricing)

ตัวเครื่องเช่าได้ เรตต้องต่อรอง

เครื่อง EDC เป็นของชิ้นเล็กที่สุดชิ้นหนึ่งที่ร้านอาหารต้องซื้อ แต่เป็นต้นทุนที่อยู่กับร้านนานที่สุดชิ้นหนึ่งด้วย ตัวเครื่องเดือนละไม่กี่ร้อยบาทหรือได้ฟรี ส่วนเรตคือส่วนแบ่งจากทุกบิลบัตรที่ร้านจะรับไปอีกหลายปี และแค่ครึ่งเปอร์เซ็นต์ก็มีค่ามากกว่าตัวเครื่องแล้ว เวลาได้ใบเสนอราคา ให้อ่านตามลำดับนี้ เรตแยกตามประเภทบัตร VAT ที่บวกเพิ่ม เงินเข้าบัญชีวันไหน และเครื่องคุยกับ POS ได้หรือต้องให้แคชเชียร์พิมพ์ยอดซ้ำทุกบิล ถ้าสี่ข้อนี้ลงตัว เครื่องฟรีก็เป็นของแถมที่ดีจริง ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้เซ็นสัญญา

ทำกับ Papaya

รันทั้งเพลย์บุ๊กในที่เดียว

Papaya คิดต้นทุนสูตรอาหาร นับสต๊อก และจัดอันดับตัวเลขให้ ทำให้จุดที่ต้องแก้ชัดเจนก่อนปิดเดือน

ดูราคา →